วีซ่าอเมริกา

US Flag
ขั้นตอนในการขอวีซ่าอเมริกา
ขั้นตอนที่ 1 - รวบรวมข้อมูลเพื่อกรอกแบบฟอร์มการสมัครวีซ่า DS-160 ทางอินเตอร์เน็ต นัดวันสัมภาษณ์วีซ่า และชำระค่าธรรมเนียมการสมัครวีซ่า
  • กรอกแบบฟอร์มการสมัครวีซ่า DS-160 ที่เว็บไซต์ https://ceac.state.gov/genniv และจะต้องอัพโหลดรูปถ่ายดิจิทัลผ่านเว็บไซต์นี้ด้วย ซึ่งหากรูปถ่ายไม่ถูกต้องตามข้อกำหนดก็จะไม่สามารถดำเนินการกรอกแบบฟอร์ม DS-160 จนเสร็จได้
  • ข้อกำหนดเกี่ยวกับรูปถ่าย
    1. ต้องถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือน
    2. ต้องมีพื้นหลังสีขาว ไม่มีขอบ
    3. ต้องถ่ายหน้าเต็ม โดยหันหน้าตรงเข้ากล้อง และมีพื้นที่ของใบหน้าเกินกว่าร้อยละ 50 ของภาพ และต้องเห็นใบหู
    4. ต้องอยู่ในรูปแบบ Joint Photographic Experts Group (JPEG หรือไฟล์ .jpg) โดยมีขนาด 600×600 พิกเซล และ 1200×1200 พิกเซล
    5. ขนาดของไฟล์จะต้องน้อยกว่าหรือเท่ากับ 240 KB
    6. จะต้องไม่ถูกปรับแต่งทางดิจิทัล
    7. นำรูปถ่ายที่พิมพ์ออกมาแล้วมาด้วยในวันสัมภาษณ์วีซ่า
  • จองนัดวันสัมภาษณ์วีซ่า - ก่อนจะจองนัดวันสัมภาษณ์วีซ่า จะต้องซื้อหมายเลขใช้เฉพาะบุคคล (PIN) เพื่อเข้าสู่ระบบบริการข้อมูลการสมัครวีซ่าและการจองวันสัมภาษณ์ สามารถซื้อหมายเลขใช้เฉพาะบุคคล (PIN) เพื่อจะสามารถเข้าถึงข้อมูลเกี่ยวกับวีซ่า และนัดวันสัมภาษณ์วีซ่าประเภทชั่วคราวได้
สามารถซื้อหมายเลขใช้เฉพาะบุคคลและจองวันสัมภาษณ์ได้ 2 ช่องทางคือ
    • ทางเว็บไซต์ https://thailand.us-visaservices.com/Forms/default.aspx
    • ทางศูนย์ข้อมูลวีซ่าและจองนัดทางโทรศัพท์ที่หมายเลข 001-800-13-202-2457 (ก่อนติดต่อศูนย์ข้อมูลต้องซื้อหมายเลขใช้เฉพาะบุคคลที่ทำการไปรษณีย์ที่ร่วมโครงการก่อน)
  • ชำระค่าธรรมเนียมการสมัครวีซ่า - ณ วันที่ 13 เมษายน 2555 ค่าธรรมเนียมการสมัครวีซ่าปรับเป็น USD 160 ผู้สมัครสามารถชำระค่าธรรมเนียมการสมัครวีซ่าได้ที่ไปรษณีย์ไทยเท่านั้น ซึ่งจะเก็บค่าธรรมเนียมการสมัครวีซ่าเป็นเงินบาท  (ตรวจสอบอัตราค่าธรรมเนียมสกุลเงินบาทได้ที่ไปรษณีย์ไทย) โดยค่าธรรมเนียมการสมัครวีซ่าไม่สามารถคืนเงินได้
ขั้นตอนที่ 2 - รวบรวมเอกสารดังต่อไปนี้
เอกสารประกอบการยื่นขอวีซ่านักเรียน
  • หนังสือเดินทาง - เล่มปัจจุบันที่ยังไม่หมดอายุ และหนังสือเดินทางเล่มเดิมโดยเฉพาะเล่มที่มีวีซ่าสหรัฐฯ
  • หน้ายืนยันแบบฟอร์ม DS-160 ที่พิมพ์ออกมา
  • รูปถ่าย - แม้ว่ามีรูปถ่ายดิจิทัลจะอัพโหลดลงบนแบบฟอร์ม DS-160 แล้ว และมีรูปอยู่ที่หน้ายืนยันของแบบฟอร์ม DS-160 แต่ในวันสัมภาษณ์วีซ่าอาจเกิดปัญหาเรื่องรูปถ่ายไม่ตรงตามข้อกำหนด จึงควรนำรูปถ่ายที่พิมพ์ออกมาแล้วติดไปด้วย เพื่อให้แผนกกงสุลสแกนลงในระบบ
  • ใบเสร็จค่าธรรมเนียมการสมัครวีซ่า - ผู้สมัครต้องยื่นใบเสร็จค่าธรรมเนียมการสมัครวีซ่าตัวจริงที่ออกโดยไปรษณีย์ไทย โดยแผนกวีซ่าจะไม่รับสำเนา และใบเสร็จค่าธรรมเนียมจะต้องมีชื่อผู้สมัครวีซ่า
  • แบบฟอร์ม I-20 - ออกโดยสถานศึกษาที่นักเรียนจะไปศึกษาต่อในประเทศสหรัฐฯ
  • ใบเสร็จค่าธรรมเนียม SEVIS I-901
  • ใบแสดงผลการเรียน (Transcript) - ฉบับจริงภาษาอังกฤษ
  • หนังสือรับรองการจบการศึกษา - ออกโดยมหาวิทยาลัยพร้อมตราประทับ ฉบับภาษาอังกฤษ
  • เอกสารรับรองการทำงานของผู้ปกครอง
กรณีเป็นพนักงานบริษัท        ใช้ใบรับรองการทำงานจากบริษัทที่ทำอยู่
กรณีเป็นข้าราชการ              ใช้ใบรับรองการทำงานจากหน่วยงานที่สังกัด
กรณีเป็นเจ้าของกิจการ         ใช้สำเนาใบจดทะเบียนการค้า + สำเนาหนังสือรับรองบริษัท และเซ็นรับรองสำเนาถูกต้อง (อายุไม่เกิน 3 เดือน)
  • เอกสารรับรองสถานภาพทางการเงินของผู้ปกครอง - ฉบับจริงภาษาอังกฤษ ถ้าใช้เอกสารจากธนาคารของภาครัฐ เช่นธนาคารออมสิน สามารถยื่นฉบับจริงภาษาไทยได้
  • สำเนาสมุดบัญชีเงินฝาก หรือ Bank Statement - ย้อนหลัง 6 เดือน พร้อมตราประทับของธนาคาร (บัญชีเดียวกับที่ใช้ออกเอกสารรับรองสถานภาพทางการเงิน สมุดบัญชีเล่มจริงให้นำไปด้วยในวันสัมภาษณ์วีซ่า)
  • ซองเอกสาร EMS - ซื้อได้เฉพาะที่ไปรษณีย์ในสถานทูตสหรัฐฯ เท่านั้น
ขั้นตอนที่ 3 - เตรียมเอกสารให้ครบถ้วนในวันสัมภาษณ์วีซ่า และจัดเรียงเอกสารตามลำดับต่อไปนี้
  • หนังสือเดินทาง
  • หน้ายืนยันแบบฟอร์ม DS-160
  • ใบเสร็จค่าธรรมเนียมการสมัครวีซ่า
  • แบบฟอร์ม I-20 หรือแบบฟอร์ม DS-2019

ระยะเวลา - นำเอกสารทั้งหมดมาที่แผนกกงสุล สถานทูตสหรัฐฯ ก่อนเวลานัดสัมภาษณ์ 30 นาที หากท่านมาช้ากว่าเวลานัดเกินหนึ่งชั่วโมง ท่านจะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าสถานทูตฯ และจำเป็นต้องนัดสัมภาษณ์ใหม่

การพิมพ์ลายนิ้วมือ - ที่หน้าต่างสัมภาษณ์จะต้องมีการพิมพ์ลายนิ้วมือแบบอิเล็กทรอนิกส์โดยไม่ใช้หมึก ซึ่งใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาทีเท่านั้น

ที่มา
http://thai.bangkok.usembassy.gov/