ระบบการศึกษา

UK Flag

ระบบการศึกษาของสหราชอาณาจักรแบ่งเป็น 4 ระดับ คือ ประถมศึกษา (Primary Education), มัธยมศึกษา (Secondary Education), อาชีวศึกษา (Further Education) และอุดมศึกษา (Higher Education) การศึกษาภาคบังคับของสหราชอาณาจักร คือ ประถมศึกษา และมัธยมศึกษา สำหรับเด็กอายุตั้งแต่ 5 – 16 ปี

UK Education System Chart

ระบบการศึกษาของสหราชอาณาจักรยังแบ่งออกเป็น “Key stages” ดังนี้

UK School System

ระดับประถมศึกษา (Primary Education)

รับนักเรียนอายุ 5 – 11 ปี (Key Stage 1 & 2 = Reception Class + Year 1 – 6, ระยะเวลา 7 ปี) สอนให้เด็กมีทักษะการเขียนและทักษะด้านตัวเลข การศึกษาในระดับนี้เน้นเตรียมตัวเข้าสอบ Common Entrance Examination (CEE) เพื่อศึกษาต่อมัธยมศึกษาต่อไป

ระดับมัธยมศึกษา (Secondary Education)
รับนักเรียนอายุ 11 – 16 ปี (Key Stage 3 & 4 = Year 7 – 11, ระยะเวลา 5 ปี) การขึ้นชั้นเรียนในระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา เป็นการขึ้นชั้นเรียนได้โดยอัตโนมัติไม่มีสอบตก จนถึงอายุ 16 ปี ทางกระทรวงศึกษาธิการและวิทยาศาสตร์กำหนดให้มีการวัดความรู้ความสามารถของเด็ก โดยการจัดสอบของคณะกรรมการอิสระ ซึ่งผลการสอบสามารถใช้สมัครเข้าระดับอุดมศึกษาได้ การสอบแบ่งเป็น 2 ประเภทคือ
  • GCSE (General Certificate of Secondary Education) การสอบระดับนี้จะสอบเมื่อนักเรียนมีอายุประมาณ 16 ปีขึ้นไป นักเรียนต้องเลือกสอบประมาณ 6 – 10 วิชา เช่น คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษาอังกฤษ สังคมศึกษา ภาษาต่างประเทศ ศิลป์ ฯลฯ และผลการสอบจะแบ่งออกเป็น 7 ระดับ คือ Grade A, B, C, D, E, F และ G นักเรียนที่สอบได้ Grade C ขึ้นไปจึงจะถือว่าสอบผ่าน นักเรียนที่สอบ GCSE จนได้วุฒิบัตรสามารถเข้าศึกษาต่อในหลักสูตรสายสามัญ “A” Level ได้ หรือหลักสูตรสายวิชาชีพ Advanced GNVQ อีก 2 ปี
  • GCE A Level (GCE Advanced) เป็นการสอบวัดผลความรู้ของนักเรียนที่มีอายุตั้งแต่ 16 ปีขึ้นไป วิชาที่สอบมีให้เลือกกว่า 50 วิชา โดยส่วนใหญ่จะสอบเพียง 2 – 4 วิชาที่มีความสัมพันธ์กัน คือ เลือกสอบทางด้าน Science หรือทางด้าน Humanities ผลการสอบแบ่งออกเป็น 5 ระดับ คือ A, B, C, D และ E ซึ่ง Grade ทั้ง 5 ระดับนี้ถือว่าสอบผ่านทั้งหมด แต่มหาวิทยาลัยส่วนใหญ่จะรับพิจารณารับผู้ที่มีผลการสอบในระดับ C ขึ้นไป แต่มหาวิทยาลัยบางแห่งอาจจะรับผู้ที่ได้คะแนนระดับ A และ B สำหรับผลสอบ GCE “A” Level นี้เป็นเกณฑ์ที่สถานศึกษาใช้ในการพิจารณารับนักเรียนเข้าศึกษาต่อระดับอุดมศึกษา
ระดับอาชีวศึกษา (Further Education)

หลังจากที่นักเรียนสำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาแล้ว ผู้ที่ไม่ประสงค์จะศึกษาต่อระดับอุดมศึกษา หรือผู้ที่ไม่มีคุณวุฒิ GCSE แต่ประสงค์จะมีคุณวุฒิทางวิชาชีพเพื่อใช้ในการประกอบอาชีพ คุณวุฒิวิชาชีพแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ

1.    GNVQ (General National Vocational Qualification)
เป็นการศึกษากึ่งสายอาชีพ คือ เรียนทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ มี 4 ระดับ ดังนี้
  • GNVQ Foundation (ระดับพื้นฐาน) หลักสูตร 1 ปี รับจากผู้ที่อายุ 16 ปี ไม่ต้องมีคุณวุฒิใด ๆ
  • GNVQ Intermediate หลักสูตร 2 ปี ต่อจาก GNVQ Foundation
  • GNVQ Advanced หลักสูตร 2 ปี เทียบเท่า A-Level ผู้ที่สำเร็จหลักสูตรนี้สามารถสมัครเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาได้
  • GNVQ 4 หลักสูตร 2 ปี เทียบเท่าหลักสูตรปีที่ 1 ของระดับ ปริญญาตรี จึงสามารถเข้าศึกษาต่อปริญญาตรีของมหาวิทยาลัยได้ โดยใช้เวลาอีก 2 ปี

หลักสูตร GNVQ กำลังค่อย ๆ เข้ามาแทนที่หลักสูตรอาชีวศึกษาแบบเก่าของอังกฤษ ซึ่งมี 3 ระดับ คือ First Diploma, National Diploma และ HND (Higher National Diploma)

2.    NVQ (National Vocational Qualification)

เป็นวุฒิการศึกษาสายอาชีพและการฝึกปฏิบัติวิชาชีพเฉพาะ โดยผู้ว่าจ้างสหภาพแรงงงานและผู้เชี่ยวชาญในสาขาอาชีพนั้นๆ เป็นผู้กำหนดมาตรฐานการศึกษา การศึกษาในระดับนี้แบ่งเป็น 5 ระดับ คือ NVQ1, NVQ2, NVQ3, NVQ4, NVQ5 แต่ละระดับจะยึดตามความสามารถเป็นหลัก ไม่มีการกำหนดระยะเวลาตายตัวในการเรียน

ระดับอุดมศึกษา (Higher Education)

ปัจจุบันมหาวิทยาลัยของสหราชอาณาจักรมีประมาณ 96 แห่ง เป็นของรัฐบาลเกือบทั้งหมด ยกเว้น University of Buckingham ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยเอกชนเพียงแห่งเดียว หลักสูตรระดับอุดมศึกษาแบ่งออกเป็น

1.     หลักสูตรปริญญาตรี (First Degree)
ในอังกฤษ เวลส์ และไอร์แลนด์เหนือ
  • หลักสูตรทั่วไป 3 ปี ปริญญาที่ให้ ได้แก่ BA (ศิลปศาสตรบัณฑิต) BBA (บริหารธุรกิจบัณฑิต) BEd (ศึกษาศาสตรบัณฑิต) BSc (วิทยาศาสตรบัณฑิต) LLB (นิติศาสตรบัณฑิต) เป็นต้น
  • หลักสูตรบางสาขาใช้เวลามากกว่า 3 ปี เช่น วิศวกรรมศาสตร์ (4 ปี) สถาปัตยกรรมศาสตร์ (5 ปี) ทันตแพทย์ (5 ปี) สัตวแพทย์ (5 ปี) แพทย์ (6 ปี)

ในสกอตแลนด์ มี 2 หลักสูตร คือ Ordinary degree (3 ปี) และ Honours degree (4 ปี) โดยเรียนเพิ่มจาก Ordinary degree อีก 1 ปี

นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยหลายแห่งยังเปิดหลักสูตรปริญญา ดังนี้
  • Joint Honours Degree เป็นการเรียนร่วมตั้งแต่ 2 สาขาวิชาขึ้นไป โดยแต่ละสาขาวิชามีคุณสมบัติเท่า ๆ กัน อาจเป็นสาขาวิชาที่ใกล้เคียงกัน เช่น เศรษฐศาสตร์และคณิตศาสตร์ หรืออาจเป็นสาขาที่ไม่ใกล้เคียงกันแต่ยังเกี่ยวข้องกัน เช่น คอมพิวเตอร์กับจิตวิทยา
  • Combined Degree คือ ปริญญาร่วมโดยแต่ละสาขาวิชา ไม่จำเป็นต้องเรียนหนักเท่ากัน
  • Sandwich Courses เป็นการเรียนโดยรวมเวลาฝึกงานกับเวลาเรียนเข้าด้วยกัน เช่น การฝึกงานด้านอุตสาหกรรม การค้า การบริหารธุรกิจ หรืออาชีพอื่น ๆ จึงต้องใช้ระยะเวลาศึกษานานกว่าปกติ (3 ปี) เป็น 4 ปี  การฝึกงานอาจเป็นช่วงเดียว คือ เป็นเวลา 1 ปี หรือ 2 ช่วง ๆ ละ 6 เดือน หากเป็น 2 ช่วง เรียกว่า หลักสูตร Thin-Sandwich หลักสูตรทั้ง 2 ประเภทนี้ นักศึกษาต้องกลับมาเรียนที่มหาวิทยาลัยในปีสุดท้ายก่อนสำเร็จการศึกษา สำหรับนักศึกษาต่างชาติ ในขณะนี้มีกฎหมายใหม่ออกมาให้นักศึกษาต่างชาติได้รับอนุญาตให้ทำงานตามหลักสูตร Sandwich Course ได้ง่ายขึ้น ซึ่งต้องสอบถามรายละเอียดจากทางมหาวิทยาลัยหรือวิทยาลัยโดยตรง
2.     หลักสูตรระดับสูงกว่าปริญญาตรี (Higher degree) มี 2 หลักสูตร
  • หลักสูตรเข้าชั้นเรียน (Taught Courses) ระยะเวลาศึกษา 1 ปี นักศึกษาสามารถเลือกเรียนเฉพาะด้านได้ โดยอยู่ในความดูแลของอาจารย์และผู้เชี่ยวชาญในสาขานั้น ๆ วิธีการเรียนการสอนแบ่งเป็น 2 ส่วนคือ ในครึ่งปีแรกของหลักสูตรเป็นการบรรยายในชั้นเรียน การสัมมนาการติวกลุ่มย่อย หรือการทำงานในห้องทดลอง หลังจากนั้นอีกครึ่งปีจะเป็นการทำงานค้นคว้าชิ้นใหญ่หรือที่เรียกกันว่า “วิทยานิพนธ์” ปริญญาที่ให้ ได้แก่ M.Sc., MA, MBA สำหรับผู้ที่มีผลการเรียนระดับปริญญาตรีไม่ถึงเกณฑ์มาตรฐานการเข้าศึกษาปริญญาโทหรือผู้ที่เปลี่ยนสาขาวิชาเรียน มหาวิทยาลัยส่วนใหญ่จะรับให้เข้าศึกษาหลักสูตร Post-Graduate Certificate/ Diploma ระยะเวลา 9 เดือน ถึง 1 ปีก่อน แล้วจึงรับเข้าเรียนหลักสูตรปริญญาโท
  • หลักสูตรการค้นคว้าวิจัย (Research Course) ระยะเวลาศึกษา 3 ปี โดยการทำวิจัยและเขียนวิทยานิพนธ์ ในปีแรกของปริญญาเอกเป็นการทำวิจัยเพื่อให้มีความรู้เข้ามาตรฐาน เรียกว่า M.Phil เมื่อมีผลงานและความรู้ตาม มาตรฐานจึงปรับเข้าปริญญาของ Ph.D ปีที่ 2 (ไม่ใช่ Ph.D ปี 1) หากผลงานไม่ถึง มาตรฐานจะไม่ได้ศึกษาต่อครบหลักสูตร Ph.D. แต่จะได้รับวุฒิ M.Phil เทียบเท่าปริญญาโท ถือว่าไม่มีคุณสมบัติที่จะศึกษา Ph.D ฉะนั้น ผู้ที่ได้เรียนครบจบหลักสูตร Ph.D จะได้รับวุฒิ Ph.D แต่ไม่ได้วุฒิ M.Phil กล่าวคือ จะได้วุฒิอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น

New Route to Ph.D เป็นทางเลือกใหม่ของการศึกษาปริญญาเอก ในประเทศอังกฤษ ซึ่งจะใช้เวลาเรียน 4 ปี โดย 30-40% ของหลักสูตรจะเป็นการเรียนแบบ Taught Course และอีก 60-70% จะเป็นการทำวิจัย

ปีการศึกษา

ภาคการศึกษาของสถานศึกษาทุกระดับในสหราชอาณาจักร เริ่มต้นภาคแรก ราวปลายเดือนกันยายน หรือต้นเดือนตุลาคมของปีที่หนึ่ง และสิ้นสุดราวปลายเดือนมิถุนายน หรือต้นเดือนกรกฎาคมของปีถัดไป โดยแบ่งออกเป็น 3 ภาค คือ

  1. ภาคต้น (Autumn Term)           เริ่มปลายเดือนกันยายน ถึง กลางเดือนธันวาคม
  2. ภาคกลาง (Spring Term)          เริ่มกลางเดือนมกราคม ถึง ปลายเดือนมีนาคม
  3. ภาคปลาย (Summer Term)       เริ่มปลายเดือนเมษายน ถึง ต้นเดือนกรกฎาคม