ระบบการศึกษา

NZ Flag

โรงเรียนมัธยมในประเทศนิวซีแลนด์เกือบทั้งหมดเป็นโรงเรียนของรัฐ ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากรัฐบาล ส่วนใหญ่เป็นโรงเรียนสหศึกษา มีเพียงประมาณร้อยละ 10 เท่านั้นที่เป็นโรงเรียนหญิงล้วนหรือชายล้วน โรงเรียนเอกชนมีเพียงไม่กี่แห่งซึ่งสนับสนุนงบประมาณด้วยตนเอง หรืออาจมีวิธีสนับสนุนงบประมาณแบบอื่นที่นอกเหนือจากระบบของรัฐ ซึ่งส่วนมากจะเกี่ยวข้องกับศาสนาและธรรมเนียมปฏิบัติอื่น ๆ

ระบบการเรียนการสอนในโรงเรียนเกือบทุกแห่งจะมีความสอดคล้องกัน ทั้งในด้านการกำหนดคุณสมบัติการเข้ารับการศึกษา มาตรฐานการศึกษา หลักสูตรการสอนที่ออกแบบมาเพื่อให้มั่นใจได้ว่านักเรียนบรรลุวัตถุประสงค์การเรียนรู้ตามมาตรฐานของ National Certificate of Educational Achievement ทั้งนี้ระบบการเรียนการสอนยังสามารถปรับใช้กับระบบการเรียนในระดับมัธยมศึกษาในประเทศอื่น ๆ

NZ Education System

NZ Education System Chart
National Certificate of Education Achievement (NCEA)

เป็นหน่วยงานหลักที่รับรองคุณวุฒิของนักเรียนมัธยมในชั้นปีที่ 11 – 13 (Year 11 – 13) โดยเข้ามาแทนที่การรับรองคุณวุฒิแบบเดิมทั้ง School Certificate (Year 11), Sixth Form Certificate (Year 12) และ Bursary and High School Certificate (Year 13)

NCEA ทำให้นักเรียนสามารถเชื่อมโยงการศึกษาในระดับมัธยมกับระดับอุดมศึกษา เนื่องจากการรับรองคุณวุฒิในทุกระดับนั้นได้รับการยอมรับจากมหาวิทยาลัยและสถาบันอุดมศึกษาอื่น ๆ ทั่วประเทศนิวซีแลนด์

การเข้าศึกษาต่อระดับมัธยมปลาย

สำหรับนักเรียนไทยสามารถสมัครเข้าศึกษาต่อจากชั้นสูงสุดที่จบจากประเทศไทย และเข้าศึกษาต่อได้ทุกเทอม สถานศึกษาจะพิจารณาจากผลการเรียนและพื้นฐานทางภาษาอังกฤษ และอายุของผู้สมัคร

ภาคการศึกษา
แบ่งเป็น 4 เทอม และปิดพักระหว่างเทอมครั้งละ 2 สัปดาห์ในเดือนเมษายน กรกฎาคม และกันยายน
  • เทอม 1          กุมภาพันธ์ – เมษายน
  • เทอม 2          เมษายน – มิถุนายน
  • เทอม 3          กรกฎาคม – กันยายน
  • เทอม 4          ตุลาคม – ธันวาคม
การเข้าศึกษาต่อระดับอุดมศึกษา
ระดับปริญญาตรี
คุณสมบัติผู้สมัคร
  1. ผู้สมัครที่สำเร็จชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 จากประเทศไทยต้องเข้าศึกษา Foundation Study Program ก่อน หรืออาจเข้าศึกษา Year 13 ในโรงเรียนมัธยมศึกษาก่อนหรือเข้าศึกษาอนุปริญญาในวิทยาลัยอาชีวศึกษาเป็นเวลา 2 ปี แล้วจึงสมัครศึกษาต่อปริญญาตรี ในกรณีที่ผู้สมัครเป็นนักศึกษาสำเร็จชั้นปีที่ 1 จากมหาวิทยาลัยของประเทศไทยสามารถสมัครเข้าเรียนต่อในระดับปริญญาตรีได้โดยไม่ต้องเรียน Foundation Studies
  2. มีคะแนน TOEFL iBT ไม่น้อยกว่า 76 หรือ IELTS 6.0 – 7.0
  3. มีผลการเรียนไม่น้อยกว่า 2.75
ระยะเวลาเรียน
3 ปีขึ้นไปแล้วแต่หลักสูตร
ระบบเทอม
3 เทอม (มีนาคม – พฤษภาคม, มิถุนายน – สิงหาคม, กันยายน – พฤศจิกายน)
ระบบ Semester
2 Semesters (มีนาคม – มิถุนายน, กรกฎาคม – พฤศจิกายน)
วันหยุดภาคฤดูร้อนเริ่มกลางเดือนพฤศจิกายนถึงปลายเดือนกุมภาพันธ์ และมีช่วงปิดภาคระหว่างเทอม
ระดับปริญญาโท
คุณสมบัติผู้สมัคร
  1. สำเร็จปริญญาตรี/โท ผลการเรียนไม่ต่ำกว่า 3.0
  2. มีคะแนน TOEFL iBT ไม่น้อยกว่า 76 หรือ IELTS 6.5 – 7.5
  3. มีประสบการณ์การทำงาน (สำหรับบางสาขาวิชา)
ระยะเวลาเรียน
1 – 2 ปี ขึ้นอยู่กับแต่ละหลักสูตร
ระบบเทอม
3 เทอม (มีนาคม – พฤษภาคม, มิถุนายน – สิงหาคม, กันยายน – พฤศจิกายน)
ระบบ Semester
2 Semesters (มีนาคม – มิถุนายน, กรกฎาคม – พฤศจิกายน)
วันหยุดภาคฤดูร้อนเริ่มกลางเดือนพฤศจิกายนถึงปลายเดือนกุมภาพันธ์ และมีช่วงปิดภาคประมาณ 2 – 3 สัปดาห์ระหว่างเทอม
การรับสมัครนักศึกษา
เปิดรับสมัครนักศึกษาใหม่ช่วงต้นปีการศึกษา (เดือนกุมภาพันธ์ / มีนาคม) บางสถาบันอาจเปิดรับในบางสาขาวิชาช่วงกลางปี (เดือนกรกฎาคม)
รูปแบบการสอน
หลักสูตรภาคบรรยาย (Coursework) และหลักสูตรภาควิจัย (Research)
ระดับปริญญาเอก
คุณสมบัติผู้สมัคร
  1. สำเร็จปริญญาโท ผลการเรียนเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 3.50
  2. มีคะแนน TOEFL iBT ไม่น้อยกว่า 76 หรือ IELTS 6.5 – 7.5
  3. ในบางสาขาวิชาผู้สมัครต้องมีประสบการณ์การทำวิจัยมาก่อน กรณีไม่มีประสบการณ์อาจได้รับการพิจารณารับเข้าเรียนหลักสูตร Master Honors ก่อนแล้วจึงศึกษาต่อ PhD. ในภายหลัง
ระยะเวลาเรียน
ประมาณ 3 – 5 ปี
รูปแบบการสอน
เน้นการค้นคว้าและการวิจัยด้วยตนเอง ควรมีพื้นฐานการทำวิจัย มีพื้นความรู้และข้อมูลในวิชาที่สนใจ
ระบบ Semester
2 Semesters (มีนาคม – มิถุนายน, กรกฎาคม – พฤศจิกายน)
วันหยุดภาคฤดูร้อนเริ่มกลางเดือนพฤศจิกายนถึงปลายเดือนกุมภาพันธ์ และมีช่วงปิดภาคประมาณ 2 – 3 สัปดาห์ระหว่างเทอม
สถาบันเทคโนโลยีและโพลีเทคนิค

อยู่ภายใต้ความดูแลของหน่วยงาน Institute of Technology and Polytechnics of New Zealand (ITPNZ) และมี NZQA คอยให้การรับรองมาตรฐานหลักสูตรว่าไม่ต่างจากหลักสูตรที่เปิดสอนในมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ในประเทศ

มหาวิทยาลัย

ประเทศนิวซีแลนด์นั้นมีมหาวิทยาลัยของรัฐทั้งหมดรวม 8 แห่ง เปิดสอนในระดับปริญญาตรีและในระดับที่สูงกว่าทั้งในสาขาวิชาการและวิชาชีพ มหาวิทยาลัยเหล่านี้อยู่ภายใต้ความดูแลของ New Zealand Vice-Chancellor’s Committee (NZVCC)

มหาวิทยาลัยในเกาะเหนือมี 5 แห่งดังนี้
  • University of Auckland                             Auckland
  • Messey University                                  Palmerston North, Auckland & Wellington
  • Victoria University of Wellington               Wellington
  • University of Waikato                              Hamilton
  • Auckland University of Technology           Auckland
มหาวิทยาลัยในเกาะใต้มี 3 แห่งดังนี้
  • University of Canterbury                          Christchurch
  • Lincoln University                                   Christchurch
  • University of Otago                                 Dunedin
หลักสูตรเตรียมอุดมศึกษา

มหาวิทยาลัยของนิวซีแลนด์ทั้ง 8 แห่ง รวมทั้งสถาบันการศึกษาอื่น ๆ เปิดสอนหลักสูตรเตรียมอุดมศึกษาเพื่อช่วยเตรียมความพร้อมในการเข้าเรียนในระดับชั้นปริญญาตรี ใช้ระยะเวลาตั้งแต่ 28 สัปดาห์ถึง 1 ปี

หลักสูตรนี้ถือเป็นโอกาสในการศึกษาสำหรับนักศึกษาต่างชาติ โดยวิชาที่เปิดสอนมีตั้งแต่ภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ และวิชาหลักต่าง ๆ ที่จะช่วยให้นักศึกษาปรับตัวเข้ากับระบบการศึกษาของนิวซีแลนด์ได้ดียิ่งขึ้น

สถาบันสอนภาษาอังกฤษ

นักศึกษาต่างชาติส่วนใหญ่สมัครเรียนหลักสูตรภาษาอังกฤษ เพื่อพัฒนาทักษะก่อนเข้าศึกษาต่อในระดับมัธยมหรือในมหาวิทยาลัย บ้างก็เพื่อเสริมทักษะภาษาอังกฤษเพื่อธุรกิจ เพื่อพัฒนาอาชีพหรือบางครั้งเพื่อพัฒนาบุคลิกภาพเฉพาะบุคคล

สถาบันสอนหลักสูตรภาษาอังกฤษทั้งหมดต้องจดทะเบียนกับ NZQA ซึ่งผู้เรียนสามารถมั่นใจในคุณภาพมาตรฐานการสอนของสถาบันว่ามีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับระหว่างประเทศ

นักศึกษาต่างชาติที่สมัครเรียนหลักสูตรภาษาอังกฤษจะได้รับการทดสอบเพื่อวัดระดับ และจัดให้เรียนในระดับของหลักสูตรที่เหมาะสมกับความสามารถ ชั้นเรียนมีขนาดเล็กทำให้นักเรียนแต่ละคนได้รับการดูแลเป็นอย่างดี หลักสูตรของนิวซีแลนด์นั้นจะใช้รูปแบบการสอนสมัยใหม่ทั้งห้องเรียนสนทนา การใช้ห้อง Computer Lab, DVD และ Video เพื่อให้การเรียนภาษาอังกฤษมีความน่าสนใจยิ่งขึ้น

สถาบันสอนหลักสูตรภาษาอังกฤษบางแห่งจดทะเบียนเป็นศูนย์ทดสอบความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษ เช่น IELTS หรือ TOEFL ด้วย โดยสถาบันดังกล่าวจะเปิดสอนหลักสูตรเตรียมความพร้อมสำหรับการสอบโดยฉพาะ นักศึกษาสามารถเข้าสอบได้ทันทีซึ่งเป็นการช่วยอำนวยความสะดวกให้กับนักศึกษาที่ต้องการศึกษาต่อระดับมหาวิทยาลัย

การเทียบวุฒิการศึกษา

นักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายที่ประสงค์กลับมาเทียบวุฒิกับกระทรวงศึกษาธิการในประเทศไทยนั้น ต้องมีผลการเรียนฟอร์ม 4 ฟอร์ม 5 และฟอร์ม 6 หรือเทียบเท่า และต้องสอบผ่านครบทั้ง 5 วิชา ตามที่กระทรวงศึกษาธิการนิวซีแลนด์กำหนดไว้ และต้องมีใบประกาศนียบัตร