FAQ

1.     อยู่ระหว่างการตัดสินใจเลือกประเทศ และ Course ที่จะเรียน?

ก่อนอื่นน้อง ๆ ต้องเลือกให้ได้ก่อนว่าอยากจะเรียนต่อในสาขาวิชาใด ในประเทศใด น้อง ๆ หลายคนอาจยังไม่มีข้อสรุป ก็ขอแนะนำว่าลองหาข้อมูลเพื่อนำมาเปรียบเทียบลักษณะของแต่ละประเทศเป็นอย่างไร หรือมีสถาบันการศึกษาใดที่เปิดสอนสาขาวิชาที่เราต้องการเรียน เป็นต้น

2.     จะหาข้อมูลศึกษาต่อเพื่อประกอบการตัดสินใจได้อย่างไร?

Internet น่าจะเป็นตัวช่วยแรกในการค้นหาข้อมูลต่าง ๆ ได้แก่ ค้นหาว่าสาขาวิชาที่เราสนใจศึกษาต่อนั้นมีเปิดสอนที่สถาบันใดและ ในประเทศใดบ้าง รวมทั้งค้นหาข้อมูลรายละเอียดของแต่ละประเทศเพื่อพิจารณาว่าประเทศใดน่าจะเหมาะสมกับตัวเรา นอกจากนี้ยังสามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้โดยตรงจาก Website ของสถาบัน เกี่ยวกับรายละเอียดในการสมัคร และหลักเกณฑ์ในการพิจารณารับนักเรียนต่างชาติ

หากน้อง ๆ ยังมีคำถามหรือข้อสงสัย อาจสอบถามโดยตรงไปยังสถาบันการศึกษานั้นผ่านทาง e-mail แต่ถ้าคิดว่าเป็นเรื่องยุ่งยาก อีกทั้งยังไม่มั่นใจในความสามารถทางภาษาอังกฤษในการติดต่อสื่อสาร น้อง ๆ อาจเลือกปรึกษาบริษัทแนะแนวศึกษาต่อ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ จะสามารถตอบข้อสงสัยให้ได้ในระดับหนึ่ง และสามารถเป็นตัวกลางในการช่วยประสานงาน

3.     จำเป็นต้องมีคะแนน TOEFL หรือ IELTS ตอนสมัครเรียนหรือไม่?

จำเป็นต้องมีผลคะแนน TOEFL หรือ IELTS แนบพร้อมใบสมัคร เพื่อให้สถาบันสามารถใช้ประกอบการพิจารณาคุณสมบัติของผู้สมัครได้ในเบื้องต้น ว่าความสามารถทางวิชาการและความสามารถทางภาษาอังกฤษของผู้สมัครอยู่ในระดับใด ควรต้องเรียนภาษาเพิ่มเติมเพื่อเตรียมความพร้อมทางภาษาในระยะเวลาเท่าใด ปัจจุบันทางเลือกในการศึกษาต่อมีเพิ่มขึ้นทั้ง Pathway Program และ Direct Entry ดังนั้นนักศึกษาจึงไม่จำเป็นต้องมีคะแนน TOEFL หรือ IELTS ในการสมัครเรียนบางสถาบัน

4.     ถ้าจะเรียนต่อปริญญาโท คะแนน GPA ควรอยู่ที่ประมาณเท่าไหร่?

การศึกษาต่อในระดับปริญญาโทในมหาวิทยาลัยในต่างประเทศนั้น นักศึกษาควรมีเกรดเฉลี่ย 3.0 โดยประมาณ หากคะแนนไม่ถึงจริง ๆ จำเป็นต้องมีประสบการณ์ทำงานในสาขาวิชาที่ต้องการศึกษาต่ออย่างน้อย 2 ปีขึ้นไป แต่ปัจจุบันได้มีโปรแกรมพิเศษระหว่างมหาวิทยาลัยร่วมกับสถาบันสอนภาษาที่เรียกว่า Pathway Program โดยนักเรียนของสถาบันภาษาสามารถเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยได้โดยอาศัยโปรแกรมพิเศษนี้ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 02 654 5667-8

5.     เอกสารใดบ้างที่ใช้ในการสมัครเรียน?

เอกสารสำหรับการสมัครเรียนเรียนจะแตกต่างกันตามหลักสูตรที่ต้องการสมัคร เอกสารที่ใช้สมัครเรียนภาษาอังกฤษก็ไม่เหมือนกับเอกสารสำหรับสมัครเรียนต่อในระดับปริญญาโท เอกสารประกอบการสมัครเรียนภาษาจะไม่ค่อยยุ่งยาก ในที่นี้ขอสรุปเป็นเอกสารสำคัญที่ควรเตรียมไว้ให้พร้อมเพื่อใช้ประกอบการสมัครเรียนระดับ Post Graduate หรือระดับปริญญาโท เพื่อให้น้อง ๆ ที่สนใจศึกษาต่อจะได้ทราบเป็น idea ไว้

    • Transcript แสดงผลการเรียนเฉลี่ยหรือ GPA ของผู้สมัคร
    • หนังสือรับรองจากอาจารย์หรือผู้บังคับบัญชา (กรณีทำงานแล้ว) จำนวน 2-3 ฉบับ
    • หนังสือรับรองการผ่านงาน 2 ปีขึ้นไป
    • ผลคะแนน TOEFL สำหรับประเทศทางแถบสหรัฐอเมริกาหรือ IELTS สำหรับประเทศอังกฤษ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ (แต่โดยทั่วไปแล้ว มหาวิทยาลัยจะรับพิจารณาทั้ง TOEFL และ IELTS) กรณีศึกษาต่อทางด้านสาขาธุรกิจจำเป็นต้องมีผลคะแนน GMAT หรือผลคะแนน GRE กรณีศึกษาต่อด้านวิทยาศาสตร์
    • หนังสือแนะนำตัวผู้สมัคร (Statement of Purpose)
    • หลักฐานทางการเงินของผู้ปกครองหรือผู้ให้การสนับสนุนระหว่างที่ศึกษาต่อ
6.     ขอวีซ่ายากหรือไม่?

การได้วีซ่ายากหรือง่ายนั้นขึ้นอยู่กับหลักฐานที่เราแนบประกอบใบสมัครของเราว่าครบถ้วน ถูกต้องสมบูรณ์หรือไม่ หากหลักฐานครบและไม่เคยมีประวัติด่างพร้อย ส่วนใหญ่แล้วก็จะได้วีซ่ากันทุกคน

7.     สมัครเรียนด้วยตนเองหรือสมัครผ่านตัวแทน ค่าใช้จ่ายแตกต่างกันมากหรือไม่?

สำหรับน้อง ๆ ที่ภาษาอังกฤษแข็งแรงสามารถที่จะติดต่อตรงกับสถาบันการศึกษาที่เราต้องการสมัครได้เลยเพื่อความคล่องตัว ในทางตรงกันข้ามถ้าน้อง ๆ ไม่สะดวกที่จะติดต่อเองก็สามารถใช้บริการของบริษัทแนะแนวศึกษาต่อต่างประเทศ ซึ่งคุณภาพการให้บริการไม่แตกต่างกัน และยังมีข้อเสนอพิเศษจากสถาบันแต่ละแห่งให้น้อง ๆ เลือกพิจารณาอีกเพียบ

ดังนั้น น้อง ๆ ที่มีความประสงค์ศึกษาเข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมในต่างประเทศ หรือต้องการศึกษาต่อต่างประเทศ แต่ยังไม่มีข้อมูลเพื่อประกอบการตัดสินใจ สามารถค้นหาข้อมูลเบื้องต้นได้ที่ www.worldwideworkplus.com หรือโทรสอบถาม 02 654 5667-8

Your Name (required)

Your Email (required)

Subject

Your Message